Thursday, July 28, 2011

Alfred Bernard Nobel อัลเฟรด เบอนาร์ด โนเบล

Alfred Bernard Nobel
อัลเฟรด เบอนาร์ด โนเบล




----------------------------------------------

อัลเฟรด เบอนาร์ด โนเบล  Alfred Bernard Nobel เป็นวิศวกรชาวสวีเดน ผู้ค้นพบวิธีการทำระเบิดไดนาไมต์ แต่เล็งเห็นความร้ายกาจของมัน เขาจึงก่อตั้งกองทุนเป็นจำนวนเงิน 9,000,000 เหรียญอเมริกาเป็นรางวัลประจำปีสำหรับบุคคลซึ่งทำประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติ ในสาขาต่างๆคือ รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์, สาขาเคมี, สาขาแพทย์, และสาขาสรีรศาสตร์, สาขาวรรณคดี,สาขาสันติภาพ  รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์และเคมีทำการแจกรางวัลโดยสถาบัน The Royal Academy of Science ในกรุงสต็อคโฮม ประเทศสวีเดน สาขาแพทย์ แจกรางวัลโดย KAROLINSKA MEDICAL CHIRURGICAL INSTITUTE ในกรุงสต็อคโฮม สาขาวรรณคดี แจกโดยสถาบัน the Swedish Academy ในกรุงสต็อคโฮม และสาขาสันติภาพ แจกโดย the Swedish Parliamentรางวัลโนเบลประกอบไปด้วย เหรียญทองที่ด้านหน้าเป็นภาพของ อัลเฟรด เบอนาร์ด โนเบล พร้อมใบประกาศเกียรติคุณและเงินสด รางวัลนี้ประกาศทุกๆต้นปี แต่จะทำพิธีแจกในวันที่ 10 ธันวาคม อันเป็นวันครบรอบวันตายของอัลเฟรด เบอนาร์ด โนเบลรางวัลโนเบลทำพิธีแจกเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1901 นักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ก็คือ วิลเฮล์ม คอราด รินต์เกิน ผู้ค้นพบรังสีเอกซ์

========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Andre Marie Ampere อังเดร์ มารี แอมแปร์

Andre Marie Ampere
อังเดร์ มารี แอมแปร์




----------------------------------------------------

อังเดร์ มารี แอมแปร์ Andre Marie Ampere เป็นนักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ชอบคิดและชอบทดลองมาตั้งแต่เด็ก พอๆกับการเป็นครู การค้นพบของเขาทำให้เขาได้รับเกียรติ โดยนักวิทยาศาสตร์ในสมัยต่อมา ได้ใช้ชื่อของเขาคือ แอมแปร์ เป็นหน่วยของการวัดขนาดของกระแสไฟฟ้าที่ไหลบนตัวนำ อังเดร์ มารี แอมแปร์ เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม ปีค.ศ.1775 ในฝรั่งเศส บิดามีอาชีพเป็นพ่อค้า แต่เมื่อทราบว่าลูกชายสนใจในทางคณิตศาสตร์ก็ให้การสนับสนุนโดยส่งเขาไปเรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุดในเมือง หลังจากเรียนจบเขาก็ทำงานเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ เคมี และภาษาศาสตร์ ในโรงเรียนราษฎร์แห่งหนึ่งในเมืองลีออง และได้เป็นศาสตราจารย์ผู้ควบคุมการทดลองทางฟิสิกส์ ประจำวิทยาลัยในฝรั่งเศสในปีค.ศ.1824 ในระหว่างที่แอมแปร์ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์นัน้ เขาก็ได้ค้นพบจากการทดลองว่า กระอสไฟฟ้าไม่เพียงแต่จะทำให้เข็มแม่เหล็กบ่ายเบนเท่านั้น แม้แต่กระแสไฟฟ้าด้วยกันก็ยังมีปฏิกิริยาเกิดขึ้น โดยการที่เขาใช้ตัวนำคือเส้นลวดต่อกับแบตเตอรี่ แบบวอลตาอิค 2 เส้น และวางเส้นลวดทั้งสองให้ขนานกัน ปรากฏว่า เส้นลวดที่ทีกระแสไฟฟ้าไหลไปในทิศทางเดียวกันจะดึงดูดซึ่งกันและกัน แต่เมื่อกลับทิศทางกันเส้นลวดตัวนำก็จะผลักกัน แอมแปร์จึงสรุปเป็นกฎว่า “เส้นลวดที่มีกระแสไฟไหลผ่าน มีอำนาจเช่นเดียวกับแม่เหล็ก” จากผลการทดลองของเขา ทำให้นักวิทยาศาสตร์ในสมัยต่อมา นำชื่อของเขาคือ แอมแปร์ มาตั้งเป็นหน่วยของการวัดขนาดของกระแสไฟฟ้าที่ไหลบนตัวนำคือกระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ หมายถึงกระแสไฟฟ้าที่สามารถแยกเงินบริสุทธิ์ออกจากสารละลายเกลือเงินไนเตรท 0.1 กรัม ที่อุณหภูมิ20o เซลเซียส ได้หนัก 0.001,118 กรัม ในเวลา 1 นาที แอมแปร์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1836 ที่เมืองมาร์เซลล์ เมื่อมีอายุ 61 ปี
=========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Archimedes อาร์คิมีดิส

Archimedes
อาร์คิมีดิส




----------------------------------------

อาร์คิมิดิส Archimedes คือ บุคคลสำคัญของโลกอีกผู้หนึ่ง  เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยกรีกโบราณ เขาเป็นผู้บัญญัติกฎและพิสูจน์กฎนั้นด้วยการปฏิบัติและทดลองด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นแบบอย่างและวิธีการที่นักวิยาศาสตร์ในปัจจุบันปฏิบัติกันอยู่ นอกจากเป็นนักคิดและนักค้นคว้าแล้ว อาร์คิมีดิสยังเป็นนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ โดยการสร้างเครื่องผ่อนแรงในการส่งหลายอย่าง จนได้ชื่อว่า “บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ปฏิบัติ” อาร์คิมีดิส  เกิดที่ซีราคิวในเกาะซิซิลีก่อนคริสตศักราช 248 ปี เป็นบุตรของนักดาราศาสตร์ผู้หนึ่ง เขาจบการศึกษาจากนครอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ และมีความสนใจในการศึกษาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ภายหลังจบการศึกษาแล้ว เขาได้อุทิศเกือบทั้งชีวิตในการศึกษาค้นคว้าและทดลอง โดยได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์เฮียโรตลอดเวลา อาร์คิมีดิสใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับท่าเรือ และจากนิสัยการเป็นนักคิดและนักประดิษฐ์นั่นเอง เขาจึงสร้างเครื่องผ่อนแรงในการส่งสินค้าที่ท่าเรือหลายอย่าง และได้วางหลักการของคานดีด คานงัดและหลักการของลูกรอก ซึ่งเป็นแนวทางและต้นแบบในการสร้างเครื่องผ่อนแรงในยุคปัจจุบัน นอกจากงานประดิษฐ์เครื่องผ่อนแรงแล้ว สิ่งประดิษฐ์อีกชิ้นหนึ่งของเขาก็คือกระจกรวมแสง ซึ่งเป็นกระจกเว้าใช้ส่องกับอสงอาทิตย์แล้วจะเกิดการสะท้องแสงไปรวมกันที่จุดโฟกัส ทำให้เกิดเปลวไฟขึ้น ซึ่งกล่าวกันว่าเมื่อกรีกเกิดสู้รบกับโรมัน เรือรบของโรมันหลายลำได้ถูกเผาผลาญไปด้วยกระจกเรืองแสงแบบนี้นั่นเอง ผลงานการคิดค้นของเขาที่ได้รับการกล่าวขวัญและมีชื่อเสียงมากๆของอาร์คิมีดิสก็คือ การตั้งกฎการหาความถ่วงจำเพาะของวัตถุต่างๆ เล่ากันว่าครั้งหนึ่ง กษัตริย์เฮียโรทรงสงสัยว่ามงกุฏที่ทำด้วยทองคำของพระองค์จะถูกช่างทองเจือเงินเข้าไปด้วยเพื่อยักยอกทองบางส่วนไว้ แต่พระองค์ไม่ทราบว่าจะหาวิธีใดที่จะตรวจสอบโดยไม่ต้องนำมงกุฎไปหลอม จึงทรงให้อาร์คิมีดิสซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์และเพื่อนของพระองค์เป็นผู้พิสูจน์ การต้องรับผิดชอบในงานนี้ทำให้อาร์คิมีดิสต้องใช้ความคิดอย่างหนัก ตอนแรกเขามองไม่เห็นทางที่จะตรวจสอบโดยไม่ต้องหลอมมงกุฎเลย แต่แล้วในที่สุดเขาก็ได้รับคำตอบในขณะกำลังจะอาบน้ำ เมื่อเขาก้าวเท้าลงไปในอ่างน้ำซึ่งมีน้ำอยู่เต็ม เขาสังเกตุเห็นว่าน้ำในอ่างน้ำบางส่วนจะล้นออกมาเมื่อเขาก้าวลงไปและคิดว่าถ้าเขาเป็นคนอ้วน น้ำก็คงจะล้นออกมามากกว่านี้ และทันใดนั้นเขาก็กระโดดออกจากอ่างและตะโกนว่า “ยูเรกา ยูเรกา” (ซึ่งในภาษากรีกแปลว่าฉันรู้แล้ว)เสียงดังลั่น การที่อาร์คิมีดิสตื่นเต้นเพราะน้ำที่ล้นออกจากอ่างทำให้เขาคิดหาแก้ปัญหาของกษัตริย์ได้ เขาทราบว่าเงินหนักครึ่งกิโลกรัมจะมีปริมาณมากกว่าทองที่มีน้ำหนักที่มีน้ำหนักเท่ากัน ดังนั้นถ้าเขาจุ่มก้อนเงินลงในถ้วยที่มีน้ำเต็ม น้ำจะล้นออกมามากกว่าเมื่อจุ่มทองที่มีน้ำหนักเท่ากันลงไป เช่นเดียวกับคนอ้วนที่จะทำให้น้ำล้นออกจากอ่างมากกว่าคนผอม โลหะเงินผสมทองก็จะทำให้ปริมาณน้ำล้นออกมาน้อยกว่าเงินบริสุทธิ์ แต่จะมากกว่าทองบริสุทธิ์ อาร์คิมีดิสจึงชั่งมงกุฎและทองแท่งหนึ่งให้มีน้ำหนักเท่ากันแล้วเอามงกุฎและทองจุ่มลงในถ้วยที่มีน้ำเต็ม เขาพบว่า มงกุฎทำให้น้ำล้นออกมามากกว่าทอง เขาจึงทราบว่ามงกุฎนั้นไม่ได้ทำจากทองคำบริสุทธิ์ทั้งหมด แต่มีโลหะเงินและโลหะอื่นๆเจือปนอยู่ จากนั้นอาร์คิมีดิสก็เริ่มค้นคว้าหาวิธีการที่จะหาปริมาณของเงินบริสุทธิ์ที่ผสมอยู่ในมงกุฎ โดยนำเอาเงินบริสุทธิ์หนักเท่ามงกุฎใส่ลงในถ้วยน้ำ และเปรียบเทียบปริมาตรของน้ำที่ล้นออกมาแต่ละครั้ง ด้วยวิธีนี้ทำให้เขาคำนวณได้ว่าในมงกุฎมีโลหะแต่ละชนิดผสมอยู่อย่างละเท่าไๆไหร่ เมื่อได้คำตอบแล้วเขาก็นำไปกราบทูลให้กษัตริย์เฮียโรทรงทราบ ทำให้พระองค์พอพระทัยมาก จึงพระราชทานรางวัลให้เขาและลงโทษช่างทองผู้คดโกง และจากเหตุการณ์นี้เอง เขาจึงเป็นผู้ตั้งกฎ ซึ่งถูกเรียกว่ากฎของอาร์คิมีดิสว่า “น้ำหนักของวัตถุที่หายไปในน้ำ จะเท่ากับน้ำหนักของน้ำที่ถูกวัตถุนั้นแทนที่” ซึ่งจากกฎข้อนี้เอง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ยุคต่อมาได้ใช้ในการหาความถ่วงจำเพาะของวัตถุ อาร์คิมีดิสเสียชีวิตจากการถูกสังหาร เมื่อก่อนคริสตศักราช 323 ปี รวมอายุได้ 75 ปี

==========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Aristotle อริสโตเติล

Aristotle
อริสโตเติล




------------------------------------------------------

บุคคลสำคัญที่ชาวโลกกล่าวขวัญถึงโดยมิรู้ลืม คือ อริสโตเติล  Aristotle เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาชาวกรีกสมัยโบราณ ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าในวิทยาศาสตร์ทุกๆแขนง มาเป็นเวลามากกว่า 2,000 ปี และเป็นนักสังเกตการณ์ทางธรรมชาติที่เชี่ยวชาญผู้หนึ่ง ทฤษฎีของเขาส่วนมากเป็นที่ยอมรับนับถือมากจนถึงสมัยศตวรรษที่ 14  แม้ทฤษฎีของเขาบางอย่างภายหลังมาพิสูจน์ว่าผิด  ตัวอย่างเช่น ความเชื่อที่ว่า โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่ก็ต้องเข้าใจว่าในสมัยนั้นยังไม่มีกล้องโทรทรรศน์เลย แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักสังเกตและนักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง อริสโตเติล เกิดเมื่อปี 260 ก่อนคริสตกาล ที่ประเทศกรีซ บิดาของเขาเป็นแพทย์ประจำพระองค์ของกษัตริย์แห่งมาซีดอน(Macedon) เมื่อเขาอายุได้ 18 ปี อริสโตเติลเดินทางไปศึกษาที่เมืองเอเธนส์โดยเป็นศิษย์ของพลาโต (Plato) นักปราชญ์ชาวกรีกผู้มีชื่อเสียง จากการเป็นนักค้นคว้า นักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และความเป็นคนช่างสังเกต ทำให้เขาได้สรุปความคิดเห็นและความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งต่างๆไว้หลายประการ  เช่น เป็นคนแรกที่แสดงให้คนในสมัยนั้นเชื่อว่าโลกมีสัณฐานกลม ซึ่งเขาได้ข้อสรุปนี้มาจากการสังเกตว่า เมื่อเกิดจันทรุปราคา เงาของโลกที่ทอดไปยังดวงจันทร์นั้นโค้งไม่ได้เป็นเส้นตรง วัตถุที่มีส่วนโค้งเท่านั้นจึงจะให้เกิดเงาที่โค้งได้ ดังนั้นโลกจึงต้องมีรูปร่างที่มีส่วนโค้ง นอกจากนั้นก็เป็นคนแรก ที่ให้ความเห็นว่าโลกอยู่ตรงกลางของจักรวาล โดยมีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์หมุนรอบ  ซึ่งความเห็นข้อนี้ได้รับความเชื่อถือมาหลายร้อยปี จนกระทั่ง นิโคลลัส โคเปอร์นิคัสนักดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้พิสูจน์ว่าแท้จริงแล้ว โลกเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่แท้จริง อริสโตเติล เขียนหนังสือไว้หลายเล่ม จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันได้ทราบเรื่องผลงานของเขา เขาเป็นคนแรกที่ได้บันทึกพฤติกรรมของสัตว์และพืช นอกจากนั้นก็ยังสนใจในพฤติกรรมของมนุษย์ อย่างลึกซึ้งและมีความเชื่อว่า มนุษย์ทุกๆ คนมีความสามารถและความคิดไม่เท่ากัน แต่ทุกคนมีโอกาสที่จะเก่งได้เท่ากัน อริสโตเติล มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย คนหนึ่งนั้นก็คือ อเล็กซานเดอร์ โอรสของกษัตริย์ฟิลลิปแห่งเมืองมาซีดอน ซึ่งกลายมาเป็นผู้มีอำนาจสูงที่สุดในโลกและเป็นผู้ครอบครองกรีซทั้งหมด ตลอดจนเปอร์เซียจนถึงประเทศอินเดีย แต่เมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์เมื่อปี323 ก่อนคริสต์ศักราช อริสโตเติลก็เสียผู้มีอำนาจที่จะสนับสนุน และมีหลายคนในเอเธนส์ที่ไม่ชอบเขา เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากเอเธนส์พร้อมกับลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะถูกศัตรูทำร้าย อริสโตเติล ถึงแก่กรรมเมื่อ 322 ปีก่อนคริสตกาล รวมอายุได้ 62 ปี

=========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Benjamin Franklin เบนจามิน แฟรงคลิน

Benjamin Franklin
เบนจามิน แฟรงคลิน



----------------------------------------------

บุคคลสำคัญของโลกอีกผู้หนึ่ง คือ เบนจามิน แฟรงคลิน Benjamin Franklin เป็นนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับไฟฟ้า การพิมพ์และการเกษตร แม้เขาจะมีโอกาสเรียนหนังสือในโรงเรียนน้อยมาก แต่จากการเป็นนักอ่าน นักค้นคว้าและนักประดิษฐ์นี่เอง ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น เขาเกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ปี ค.ศ.1706 ในประเทศอังกฤษ   มีพี่น้องทั้งหมด 17 คน เขาเป็นคนที่ 15 บิดามีอาชีพเป็นคนผลิตเทียนไขกับสบู่ ครอบครัวได้ลี้ภัยทางศาสนาจากประเทศอังกฤษไปตั้งรกรากอยู่ในอเมริกา ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งแต่เขายังอายุน้อย บิดาได้ส่งเขาเข้าเรียนในโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้าน แต่ผลการเรียนไม่ค่อยดีนักเพราะอ่อนคำนวณ บิดาจึงให้ออกจากงานโรงเรียนมาช่วยงานทางบ้าน ซึ่งเขาไม่ค่อยชอบงานด้านนี้นัก เพราะชอบงานทางด้านหนังสือมากกวาา   บิดาจึงส่งไปอยู่กับพี่ชายที่เมืองบอสตัน ซึ่ง มีกิจการโรงพิมพ์เป็นของตัวเอง เบนจามิน แฟรงคลิน เริ่มฝึกงานช่างพิมพ์ด้วยเหตุว่าเขาสนใจงานด้านนี้มาก่อน จึงตั้งอกตั้งใจทำงานประกอบกับสนใจทางด้านหนังสือ จึงฝึกเขียนบทความลงในหนังสือโดยสอดไว้ในกองต้นฉบับโดยไม่บอกให้พี่ชายทราบ   เจมส์ซึ่งเป็นพี่ชายเมื่ออ่านดูก็ชอบใจและนำลงพิมพ์ออกสู่ท้องตลาดโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร ข้อเขียนนั้นได้รับความนิยมอย่างสูง จนมีการลงพิมพ์ผลงานชิ้นอื่นๆอีกหลายชิ้น แต่พอความจริงเปิดเผยออกมา เจมส์กลับโกรธมาก และไม่ยองลงเรื่องที่เบนจามินเขียนอีกเลย เมื่อขัดใจกับพี่ชาย   จึงลาออกจากงานเดินทางไปเมืองฟิลาเดลเฟียเพื่อทำงานด้านการพิมพ์ของตัวเองขึ้นบ้าง ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสนใจเกี่ยวกับไฟฟ้า โดยเฉพาะปรากฏการณ์ทางธรรมชาติคือฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่าซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีใครให้คำตอบที่ถูกต้องได้  ในปีพ.ศ.1752 จึงเริ่มค้นหาความจริงเกี่ยวกับไฟฟ้าในอากาศ โดยใช้วิธีชักว่าวขึ้นไปบนท้องฟ้าเวลาฝนตกซึ่งเป็นการทำที่เสี่ยงอันตรายมาก ว่าวของเขาทำจากผ้าแพรปิดบนโครง มีเหล็กแหลมติดที่ตัวว่าว ปลายสายผูกลูกกุญแจทองเหลืองและใช้ริบบิ้นผูกกับสายว่าวอีกทีหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่จับ พอฝนเริ่มตั้งเค้า เขาก็เริ่มส่งว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า พอโดนฝนสายเชือกที่ชักว่าวก็เปียกโชก มันจึงกลายเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี และไฟฟ้าในกลุ่มเมฆก็เคลื่อนที่จากตัวว่าวมาสู่ลูกกุญแจทางสายป่าน เบนจามินทราบดีว่าริบบิ้นเป็นฉนวนป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าไหลผ่านเข้าสู่ตัวเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับอันตรายจากการทดลองครั้งนี้ เขาทำการทดลองต่อไป โดยเอาเศษหญ้าจ่อชิดลูกกุญแจ ก็เกิดประกายไฟจากลูกกุญแจมาสู่มือของเขา และเมื่อเขาลองเอากุญแจหย่อนลงเกือบถึงพื้นดิน ก็เกิดประกายไฟฟ้าระหว่างพื้นดินกับลูกกุญแจอีก เขาจึงลงความเห็นว่าไฟฟ้า ที่มีอยู่ในอากาศนั่นเองเป็นตัวการทำให้เกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า การจะป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากการถูกฟ้าผ่าก็คือการระบายประจุออกจากไฟฟ้าที่มีสะสมอยู่ในก้อนเมฆในอากาศให้ลดน้อยลง ซึ่งจะทำได้ก็โดยการใช้โลหะปลายแหลมและสายไฟฟ้าที่เป็นสื่อไฟฟ้าตั้งไว้ในที่สูงแล้วต่อมายังพื้นดิน และฝังส่วนปลายที่จ่อลงดินไว้กับแผ่นโลหะขนาดใหญ่ให้ลึกเพื่อเป็นการระบายประจุไฟฟ้า แต่ต้องไม่ให้สายที่ต่อนั้นโค้งงอจนเป็นมุมฉากเพราะอาจเกิดการลัดวงจรได้ ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้ซึ่งเรียกกันว่า “สายล่อฟ้า” นอกจากการคิดประดิษฐ์สายล่อฟ้าแล้ว เขาก็ยังมีความรอบรู้เกี่ยวกับเกษตร โดยเป็นคนแรกที่แนะให้เกษตรกรแก้ความเป็นกรดของดินโดยการโรยปูนขาว ซึ่งนับเป็นประโยชน์ในการเกษตรกรรมเป็นอันมาก จากการเป็นนักคิด นักประดิษฐ์นี่เอง ทำให้เขาได้รับการยกย่อง และได้รับเกียรติจากราชสมาคมอังกฤษให้เข้าเป็นสมาชิกด้วย ซึ่งการเข้าเป็นราชสมาคมอังกฤษสมัยนั้นนับว่ายากที่สุด และสิ่งที่น่าสรรเสริญเกี่ยวกับตัวเขาอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ ผลงานและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆของเขานั้น ไม่เคยนำไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์เลย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้อื่นมีสิทธิ์ที่จะประดิษฐ์สิ่งนั้นขึ้นใช้ได้ นอกจากจะไม่หวงผลงานแล้ว เขากลับส่งเสริมและแนะนำบุคคลอื่นๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เขารู้อีกด้วย นับว่าเขาเป็นคนที่น่ายกย่องสรรเสริญที่สุดคนหนึ่ง เมื่ออเมริกาได้รับอิสรภาพ  เขาก็ได้รับการติดต่อให้เข้ารับตำแหน่งหน้าที่อันใหญ่โตผู้หนึ่งในคณะผู้บริหาร แต่เขาก็ตอบปฏิเสธไปโดยเห็นว่าตัวเองอายุมากแล้ว และอยากจะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบกับงานเขียนและงานพิมพ์ที่เขาชื่นชอบ เขาถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1790 ขณะมีอายุได้ 84 ปี

Wednesday, July 27, 2011

Carolus Linnaeus คาโรลัส ลินเนียส

Carolus Linnaeus
คาโรลัส ลินเนียส




-----------------------------------------------

คาโรลัส   ลินเนียส  Carolus Linnaeus  ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการจำแนกพฤกษศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ที่ช่วยขจัดความสับสนในการจัดหมวดหมู่ของพืช   จนเกิดชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และนักพฤกษศาสตร์ ทั่วโลกมีความเข้าใจตรงกัน เขาได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์ของสวีเดนให้เป็นอัศวินแห่งดาวเหนือ (Knight of Polar Star) เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ได้รับเกียรตินี้   เขา เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1707 ในเมืองเล็กๆทางใต้ของสวีเดน โดยมีบิดาเป็นหมอสอนศาสนาและต้องการให้เขาดำเนินรอยตาม แต่เขากลับสนใจเรื่องพืชในสวนที่บ้านของตนเอง  ต่อมาไม่นานเขาก็ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยอุปซาลา เมื่อจบมาแล้วก็เป็นอาจารย์สอนเรื่องพฤกษศาสตร์ ในช่วงเวลานั้นยังไม่มีการจัดหมวดหมู่ที่แน่นอนของพืช เพราะยังไม่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์เหมือนในปัจจุบัน  เขาเป็นคนที่มีระเบียบเขาจึงได้จัดระบบจำแนกพืช เพื่อให้คนทั่วโลกใช้ร่วมกันได้ เขาแบ่งแยกพืชเป็นพวกๆ โดยยึดเอาจำนวนของเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียในดอกไม้แต่ละชนิด และจัดแบ่งตามลำดับระหว่างจำนวนตามสัดส่วนของเกสรตัวเมียของดอกไม้แต่ละชนิด จากนั้นก็จะแบ่งตามตระกูลของพืช บนพื้นฐานของความแตกต่างของส่วนย่อย เขได้ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮัมเบอร์ก ประเทศเยอรมนีอยู่ระยะหนึ่ง  เพื่อศึกษาการสะสมพืชของนักพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียง และได้เข้าศึกษาทางด้านแพทย์ที่ฮอลแลนด์ต่อจนได้ปริญญาทางการแพทย์ จากนั้นจึงเดินทางกลับสวีเดนและเริ่มอาชีพทางแพทย์อยู่หลายปี ก่อนจะกลับไปเป็นศาสตราจารย์ทางพฤกษศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอุปซาลา และได้เขียนตำราเกี่ยวกับการตั้งชื่อพืชในปี 1753 ซึ่งยังคงใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน เขาถึงแก่กรรมในปี 1778 ที่อุปซาลา  เมื่ออายุได้ 71 ปี